วิธีรักษาอาการ “นอนกรน” ก่อนจะเสี่ยงเป็นโรคร้าย

การนอนหลับ ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายได้พักผ่อนจากกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำในแต่ละคน เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มพลังให้กับเราได้มีกำลังไปใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งการนอนหลับก็มีผลเสียที่จะเสี่ยงเป็นโรคร้าย และหัวใจหยุดเต้น หากว่าคุณ นอนกรน ทั้งนี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังรบกวนคนที่นอนข้างๆ อีกด้วย โยบทความในวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ อาการนอนกรน และวิธีแก้ไข วิธีรักษาอาการนอนกรน เพื่อจะให้คุณนอนหลับสนิทและสบายมากขึ้น ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกัน

นอนกรน

การนอนกรนเกิดจาก?

การนอนกรนเกิดขึ้นในขณะที่เรานอนหลับ ซึ่งกล้ามเนื้อที่ด้านหลังลำคอหย่อนตัวลงขณะนอนหลับและไปอุดกั้นทางเดินหายใจบางส่วนจนทำให้ทางเดินหายใจแคบลง อากาศที่เคลื่อนผ่านทางเดินหายใจที่แคบลง จะทำให้เกิดการสั่นของเนื้อเยื่อคอ เช่น ทอนซิล เพดานอ่อน ลิ้นไก่ การสั่นดังกล่าวทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น นอกจากการหย่อนของกล้ามเนื้อคอ ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดการแคบลงหรืออุดตันของทางเดินหายใจ เช่น ต่อมทอนซิลโต ผู้ป่วยที่อ้วนมากอาจมีเนื้อเยื่อผนังคอที่มาก ผู้ป่วยมีลิ้นโต การมีเนื้องอกหรือถุงน้ำของระบบทางเดินหายใจส่วนบน อาการนอนกรนจึงเป็นสัญญาณว่าผู้ป่วยอาจมีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ

การนอนกรนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในเพศชายที่มีอายุระหว่าง 40-60 ปี นอกจากนี้ บุคคลบางกลุ่มอาจเสี่ยงต่อการนอนกรนมากขึ้น เช่น มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐานหรือมีภาวะอ้วน ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก สูบบุหรี่ ใช้ยานอนหลับหรือยาระงับประสาท มีความผิดปกติบริเวณเพดานอ่อนและรูปหน้า มีต่อมทอมซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โต เป็นต้น

นอนกรนเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้าย

1. โรคหัวใจ เพราะทางเดินหายใจตีบแคบลง ทำให้ออกซิเจนไม่เพียงพอ แต่ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์กลับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดคราบพลัคภายในหลอดเลือด จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจสูง

2. โรคสมองเสื่อม การที่เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ คุณภาพการนอนหลับจึงไม่ได้ประสิทธิภาพที่ดี หลังตื่นนอนจึงมักรู้สึกเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม สมองตื้อ ขี้หลงขี้ลืม และหากสะสมภาวะการนอนกรนนี้ไปนานๆ จะส่งผลให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น เสี่ยงต่อการเกิด “โรคอัลไซเมอร์” ในอนาคต

3. โรคมะเร็ง จากการที่ร่างกายขาดออกซิเจน ทำให้มีการกระตุ้นเนื้องอกให้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเสี่ยงต่อการเกิดเลือดคั่งบริเวณเนื้องอก ซึ่งหากมีการคั่งของเลือดปริมาณมาก ๆ เซลล์ดังกล่าวก็จะกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

วิธีรักษาอาการนอนกรน

1. ปรับเปลี่ยนท่านอน ควรนอนให้ศีรษะยกสูงกว่าลำตัว โดยปรับหัวเตียงให้สูงขึ้น 30 องศา หรือใช้หมอนรองประมาณ 4 นิ้ว เพื่อช่วยลดอาการบวมของเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และควรนอนตะแคง เพราะการนอนหงายจะทำให้มีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก อาจทำได้โดยเอาหมอนข้างมาหนุนที่หลัง หรือใส่ลูกเทนนิสไว้ด้านหลังของเสื้อนอน ทำให้นอนหงายลำบาก

2. ลดน้ำหนัก ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานจะมีไขมันพอกบริเวณลำคอหรือทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ การลดน้ำหนักจะช่วยลดไขมันดังกล่าว ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้นและมีอาการนอนกรนน้อยลง

3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะส่งผลให้มีอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เพื่อช่วยเพิ่มความตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณคอหอย และลดการอุดกั้นในทางเดินหายใจ 

4. งดดื่มแอลกอฮอล์สูบบุหรี่และยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงก่อนนอน ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน และไม่ใช้ยาที่ทำให้ง่วงซึม รวมถึงเว้นระยะสูบบุหรี่อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะเสี่ยงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอหย่อนตัวและทำให้สมองตื่นตัวช้าลง เกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น

ทุกคนคงได้ทราบกันแล้วว่ามี การนอนกรม มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง ดังนั้น หากคุณหรือคนในครอบครัวมีอาการนอนกรน ต้องรีบหาวิธีการแก้ไขหรือไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยไว้นาน ก่อนที่จะเสี่ยงต่อโรคอื่นๆ ตามมาในอนาคต 

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง