สเกตบอร์ด เทรนด์กีฬาที่มาแรงสุด ๆ ในปัจจุบัน

สเกตบอร์ด เทรนด์กีฬาที่มาแรงสุด ๆ ในปัจจุบัน

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็เจอแต่คนเล่นกีฬากันทั้งนั้น ซึ่งแน่นอนว่าการเล่นกีฬาเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตด้วย และถ้าถามว่ากีฬารูปแบบไหนที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในกลุ่มวัยรุ่น ดารา และเหล่าเซเลบิตี้ ของเมืองไทย คงจะไม่มีอะไรฮิตไปกว่า สเกตบอร์ด อีกแล้ว ดังนั้นบทความของเราวันนี้ เลยจะมาแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับ สเกตบอร์ด ว่ามันมีกี่ประเภท และแต่ละประเภท เหมาะกับผู้เล่นในลักษณะไหนบ้าง พร้อมแล้วไปดูกันเลย

ประเภทของสเกตบอร์ด

สเกตบอร์ด (Skateboard)

สเกตบอร์ด (Skateboard)

1. สเกตบอร์ด (Skateboard)

แบบแรกเป็นสเกตบอร์ดแบบธรรมดา ที่เราใช้เล่นกันแบบพื้นฐาน โดยลักษณะของสเกตบอร์ดแบบนี้ จะมีขนาดของความกว้างที่ค่อนข้างหลากหลาย มีตั้งแต่ไซต์ของเด็ก ที่มีขนาด 6.5 นิ้ว ไปจนถึง 10 นิ้ว ขนาดที่นิยมคือประมาณ 8 นิ้ว ยาวประมาณ 32 นิ้ว รูปทรงเหมือนไอศกรีม (Popsicle) จุดเด่นคือล้อจะมีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับการเล่นท่า เช่น กระโดด ข้ามสิ่งกีดขวาง ไถไปตามท่อเหล็กหรือกล่อง กระโดดเตะ เตะผสมการหมุนบอร์ด การเล่นค่อนข้างผาดโผนควรใส่อุปกรณ์ป้องกัน สามารถเล่นได้ตามถนน หรือลานสเกตได้สบาย

เซิร์ฟสเกต (Surf Skate)

เซิร์ฟสเกต (Surf Skate)

2. เซิร์ฟสเกต (Surf Skate)

สเกตบอร์ดแบบต่อมา มีชื่อว่า เซิร์ฟสเกต หรือ Surf Skate อุปกรณ์ลักษณะนี้จะมีขนาดกำหนดเอาไว้แบบตายตัว มีขนาด 8.5 นิ้วขึ้นไป เพื่อการทรงตัวที่ดี แผ่นบอร์ดมีรูปทรงและขนาดที่หลากหลายแล้วแต่ความชอบของผู้เล่น จะมีความแตกต่างกันตรงที่ Truck จะสามารถเลี้ยวได้แคบกว่าบอร์ดชนิดอื่น การเคลื่อนที่จะอาศัยการปั๊ม (Pump) คือ ใช้ไหล่ แขน ลำตัว และขา เหวี่ยงและย่อยืดให้บอร์ดขยับไปเรื่อย ๆ โดยที่ขาไม่แตะพื้นเลย สามารถเล่นได้ทั้งบนถนนธรรมดา ถนนที่เป็นคลื่น ๆ ทางลาด และอื่น ๆ ได้ด้วย

ครุยเซอร์ (Cruiser)

ครุยเซอร์ (Cruiser)

3. ครุยเซอร์ (Cruiser)

สำหรับอุปกรณ์การเล่นสเกตบอร์ดที่ชื่อว่า ครุยเซอร์ จะมีขนาดที่เล็กกว่าสเกตบอร์ดทั่วไป แต่ล้อที่ใช้ในการเคลื่อนที่จะใหญ่กว่า และนุ่มมากกว่าหลายเท่า ไม่เหมาะกับการเล่นท่า ใช้ไถแบบใกล้ ๆ มีความคล่องตัวสูง วงเลี้ยวแคบ แต่ทั้งนี้ต้องเลือกถนนหรือสถานที่เล่นที่พื้นเรียบเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ซึ่งแผ่นบอร์ดมีไซซ์เล็กสำหรับเด็กอายุ 2-6 ขวบขึ้นไป จะเรียกว่ามินิครุยเซอร์ (Mini Cruiser)

ลองบอร์ด (Longboard)

ลองบอร์ด (Longboard)

4. ลองบอร์ด (Longboard)

สำหรับอุปกรณ์ที่ชื่อ ลองบอร์ด จะเป็นบอร์ดขนาดใหญ่ โดยอาจจะยาวได้ถึง 2 เมตร เลยทีเดียว ข้อดีของการใช้บอร์ดแบบนี้เล่น จะมาในเรื่องของความมั่นคงในการยืน อยื่นออกจากตัวบอร์ด สามารถฝึกเล่นท่า เตะบอร์ดขึ้น ควง หมุนบอร์ดแล้วกระโดดขึ้นไปยืนใหม่ บางคนเล่นโยคะบนบอร์ดก็มี เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากหน่อย ซึ่งในรุ่นนี้ยังแบ่งเป็นประเภทย่อย ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น Pintail Longboard, Drop Longboard และอื่น ๆ

เพนนีบอร์ด (Penny)

เพนนีบอร์ด (Penny)

5. เพนนีบอร์ด (Penny)

เพนนีบอร์ด (Penny) น่าจะเป็นลักษณะของสเกตบอร์ด ที่หลายคนคุ้นตาเป็นอย่างดี ลักษณะภายนอกของบอร์ดนี้ จะคล้าย ๆ กับลองบอร์ด แต่จะเล็กกว่า และมีแค่ 2 ไซต์ให้เลือก คือ 22 นิ้ว และ 27 นิ้ว ถือกำเนิดขึ้นจากออสเตรเลีย ตัววัสดุทำมาจากพลาสติก มากับล้อยางขนาดใหญ่ ทำให้มีขนาดเบากว่าสเกตบอร์ดทั่วไปที่ทำจากไม้ เหมาะสำหรับการเล่นแบบไถ ไป-มา ไม่ผาดโผน เหมาะกับมือใหม่ที่เริ่มต้นเล่นได้ไม่นาน

อิเล็กทรอนิกส์สเกตบอร์ด (Electric Skateboard)

อิเล็กทรอนิกส์สเกตบอร์ด (Electric Skateboard)

6. อิเล็กทรอนิกส์สเกตบอร์ด (Electric Skateboard)

สเกตบอร์ดแบบสุดท้าย คือ สเกตบอร์ดที่เรียกว่าอิเล็กทรอนิกส์ ปกติแล้วจะถูกใช้เพื่ออำนวยความสะดวก ไม่เหมาะกับการเอามาเล่น หรือออกกำลังกาย ตามไลฟ์สไตล์สักเท่าไหร่ ขนาดของบอร์ดมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ ควรเลือกที่กำลังไฟตั้งแต่ 350 วัตต์ขึ้นไป ไม่เน้นความเร็วสูง แต่จะเน้นที่ความเร็วในระดับปานกลางเป็นหลัก เนื่องจากไม่มีระบบเบรกที่สามารถหยุดตัวสเกตบอร์ดที่ความเร็วสูงได้ และขณะที่ใช้ความเร็วสูงนั้นตัวสเกตบอร์ดจะไม่สามารถลดความเร็วลงได้อย่างทันท่วงที

นี่คือประเภทของสเกตบอร์ดทั้งหมด ที่มีขายในโลกของเรา เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างหรือมี ไลฟ์สไตล์ เจ๋ง ๆ ให้กับตัวเองได้ และหนึ่งในกิจกรรม ที่ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น ก็ต้องยกให้การใช้เวลาว่าง ไถเจ้าสเกตบอร์ดไปมานี่ล่ะค่ะ

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn

เรื่องที่เกี่ยวข้อง